วันพฤหัสบดีที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

รักนะเมืองไทย

สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับสู่ที่นี่เมืองไทยครับผม หลายๆครั้งเคยนั่งนึกกับตัวเองว่าเราเองก็มัวแต่ไปชมชอบและก็ชื่นชอบชาวบ้าน[ต่างประเทศ] จนลืมมองเห็นส่ิงต่างๆรอบๆตัวเราที่ทั้งสวยงามและมีคุณค่าอยู่ในตัวของมันอยู่แล้ว แต่ก็อย่างว่าแหละครับ เหมือนกับสำนวนไทยที่บอกไว้ว่า ใกล้เกลือกินด่าง หรือว่าอะไรดีที่มันจะเข้ากับความรู้สึกที่ว่า เราเองก็มีของดีอยู่แล้ว แต่ว่าเรากลับไม่เห็นคุณค่าของมันกลับไปเห็นสิ่งอื่นที่เราไม่มีเป็นสิ่งที่ดีกว่าอะไรประมาณนั้น ผมขอใช้พื้นที่ตรงนี้เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเมืองไทย ในแง่มุมที่ผมเห็นและรู้สึก บางแง่มุมบางความรู้สึกก็คงอาจจะไม่เป็นที่ถูกอกถูกใจใครๆหลายๆคน ก็ต้องขอโทษขออภัยกันไว้ก่อน ณ ที่นี้ แต่ว่าถ้าเราไม่โกหกตัวเองกันมากจนเกินไป เรื่องต่างๆที่ผมอยากนำเสนอนั้นก็คงจะเป็นเรื่องที่ทุกคนน่าจะเห็นด้วย ผมได้เขียนบล็อคไว้อีกบล็อคนึงชื่อบล็อค On Tour ครับ บล็อคนั้นผมเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเมืองต่างๆทั่วโลกที่ผมได้มีโอกาสได้ไปมา และก็มีโอกาสได้เก็บรูปภาพบางส่วนบางตอน ในแง่มุมที่บ้านเขามีแต่บ้านเราไม่มี มาเล่ามาแบ่งปันให้กับทุกๆคนได้เห็นได้อ่านกัน เป็นแนวทางในการรับรู้ว่าชาวบ้านเขาทำอะไรอยู่และเขาทำยังงัยกันในบางเรื่องที่บ้านเรายังเป็นและยังทำอะไรกันอยู่ แต่ก็อย่างที่บอกว่า รักเมืองไทยนะ ไม่ว่าจะอะไรทั้งสิ้นทั้งปวง หลังจากตัวผมเองก็เดินทางมาแล้วเรียกได้ว่ารอบโลกครับ คือว่าไปมาแล้วมากกว่า 50 ประเทศ ครอบคลุมทั้ง 7 ทวีปแล้ว ก็คงจะพอจะเรียกได้ว่าไปมาแล้วรอบโลกครับ ก็เลยอยากจะนำประสบการณ์ตรงนั้นมาถ่ายทอดให้ทุกๆคนได้มีโอกาสได้รู้ได้เห็นเหมือนกับผมก็แค่นั่นเองครับ
หลังจากอยู่เมืองนอกมานานยิ่งทำให้รู้สึกรักเมืองไทยครับ ไม่มีที่ไหนในโลกที่จะน่าอยู่และเหมาะกับการใช้ชีวิตของคนไทยส่วนใหญ่เอาซะเลย บ้านเราเป็นอะไรที่แทบจะทุกอย่างตอนนี้มีบริการตลอด 24 ชั่วโมง ครับผมหมายถึงที่กิน ที่ดื่ม ที่เที่ยว นะครับ หิวเมื่อไหร่ อย่าว่าแต่ร้านสะดวกซื้อที่มีแทบจะทุกซอยเลยครับ ร้านรวงข้างทางหรือตลาดโต้รุ่งก็มีออกถมเทไปครับ แบบว่าหิวเมื่อไหร่ก็ได้กินเมื่อน้ัน ไหนจะเรื่องที่เที่ยวอีกล่ะ หลายๆคนอาจจะบอกว่าที่เที่ยว ตีหนึ่ง ตีสองเขาก็ปิดกันแล้ว แต่จะเชื่อกันหรือเปล่าว่าร้านที่เปิดจนสว่างน่ะก็ยังมีอีกเยอะเลยครับ มีอยู่ปีนึงผมพึ่งกลับมาก็ช่วงที่เขาบอกว่าร้านเหล้าหรือผับต่างๆต้องปิดตามเวลานะแหละ เพื่อนๆเขาเลยบอกว่าเดี๋ยวพาไปต่อที่ร้านที่เขาไม่ปิดกันดีกว่า แล้วก็มีจริงๆและก็เยอะด้วย อยู่กันจนตีสี่ ตีห้า แล้วก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันปิดกันตอนไหน เพราะว่าเรากลับบ้านมันก็ยังอยู่กันอยู่เลย นี่แหละเมืองไทยจะมีที่ไหนในโลกนี้จะน่าอยู่เกินเมืองไทยไม่มีอีกแล้ว ไหนจะเรื่องอาหารการกินอีกหล่ะ ถ้าใครที่อยู่บ้านเรามาตลอดยังไม่ได้เดินทางออกนอกประเทศหรือว่าเดินทางบ้างแต่ว่าก็อยู่ไม่นาน หรือว่าไม่บ่อยก็กลับมาเมืองไทยแล้ว คุณจะไม่ค่อยเชื่อซักเท่าไหร่ว่าผมจะบอกว่าอาหารไทยเป็นอาหารที่อร่อยและถูกปากคนไทยมากที่สุดในโลกครับ ตอนที่ผมอยู่เมืองนอก ถ้ามีคนเอาผัดกะเพราะกับข้าวสวยและอาหารอิตาลี่สุดแฟนสีมาให้ผมเลือก ต่อให้อาหารจานนั้นจะดูดีหรือว่ามีราคายังงัยผมก็จะเลือกกะเพรากับขาวสวย อย่างไม่ต้องลังเล อย่าว่าแต่กะเพราเลยครับ ไข่เจียวร้อนๆก็มีค่ามากกว่าแซลม่อนชิ้นใหญ่ เป็นไหนๆ ตรงนี้หลายๆคนอาจจะมองยังไม่เห็นภาพนักบางคนอาจจะบอกว่ากะเพรากะไข่เจียวเป็นอาหารสิ้นคิด แต่ถ้าคุณไปใช้ชีวิตอยู่เมืองนอกซักปีคุณจะคิดถึงมันอย่างแน่นอน
เอาล่ะครับวันนี้ทักทายกันพอประมาณ ครั้งต่อๆไปก็จะนำรูปเกียวกับเมืองไทยและเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับเมืองไทย ในมุมที่ผมขาดหายไป แต่บางเรื่องอาจจะเป็นเรื่องที่แสนจะธรรมดาสำหรับใครหลายๆคนก็อย่ามาว่ากันทีหลังนะ







ก่อนอ่ืนเลยต้องขอขอบคุณเจ้าของรูปภาพทั้งหมดนะครับ และก็ขออนุญาตนำภาพมาลงในบล็อค

นี่ก็คืออีกหนึ่งมุมมองของความสวยงามของบ้านเราที่ผมเองก็แทบจะไม่มีโอกาสได้เห็นได้สัมผัสกับมันมากซักเท่าไหร่  ใครบางคนก็อาจจะเห็นเป็นเรื่องปรกติ ก็อย่างที่บอกตั้งแต่ทีแรกแล้วครับผม มันขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคนครับว่าเรามองด้านไหนของมัน ยังงัยซะก็ยังคงย้ำอยู่เหมือนเดิมครับว่าเมืองไทยน่าอยู่